ประกันภัยรถ EV แพงกว่ารถน้ำมันจริงไหม? สิ่งที่คนซื้อต้องรู้
คำถามยอดฮิตของคนกำลังจะขยับจากรถน้ำมันมาเป็นรถไฟฟ้า (EV) คือ “ประกันรถ EV แพงกว่ารถน้ำมันจริงไหม?” แล้วถ้าแพงกว่า…มันแพงเพราะอะไร คุ้มไหมในระยะยาว และต้องดูอะไรเป็นพิเศษบ้างก่อนกดจองรถและซื้อประกัน
บทความนี้ขอเล่าแบบเพื่อนคุยกันในกลุ่มคนรักรถ แต่ใช้ข้อมูลจริง ตัวเลขจริง และมุมมองแบบช่าง+นักขับผสมกัน เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่า “EV คันใหม่ของคุณควรทำประกันแบบไหน และต้องเตรียมใจเรื่องเบี้ยประกันแค่ไหน”
1. ภาพรวมสั้น ๆ: ประกันรถ EV แพงกว่าจริง แต่ไม่ใช่ทุกกรณี
- รถ EV หลายรุ่น เบี้ยประกันชั้น 1 มักสูงกว่ารถน้ำมันขนาดใกล้เคียงกันประมาณ 10–30% (แล้วแต่วงเงินคุ้มครอง, ราคาอะไหล่, แบรนด์ และรุ่น)
- แต่… ค่าใช้จ่ายรวมทั้งปี “บางคน” อาจไม่ได้แพงกว่า เพราะ EV ไม่มีค่าน้ำมัน ไม่มีค่าเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง และอะไหล่สิ้นเปลืองน้อยลง
- ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เบี้ยประกันรถไฟฟ้าสูงกว่ารถน้ำมัน คือ ราคาตัวรถสูง, แบตเตอรี่แพง, การซ่อมที่ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ และอะไหล่ต้องรอจากศูนย์
- ข่าวดี: ช่วง 1–2 ปีนี้หลายบริษัทเริ่มทำ “แพ็กเกจประกันเฉพาะ EV” ทำให้เบี้ยเริ่มสมเหตุสมผลขึ้น โดยเฉพาะรุ่นยอดฮิต
2. Key Highlights: สิ่งที่ต้องรู้เรื่อง “ประกันรถ EV” แบบเข้าใจง่าย
| หัวข้อสำคัญ | รถ EV | รถน้ำมัน (ICE) |
|---|---|---|
| เบี้ยประกันชั้น 1 | โดยเฉลี่ยสูงกว่าเล็กน้อย (ราว 10–30%) ในรถระดับราคาใกล้เคียงกัน | ตัวเลือกบริษัทเยอะ แข่งราคากันมานาน เบี้ยเสถียรกว่า |
| ความคุ้มครองแบตเตอรี่ | ต้องดูพิเศษว่าคุ้มครองกรณีน้ำท่วม ไฟไหม้ อุบัติเหตุที่กระทบแบต หรือไม่ | ไม่มีแบตแพ็กขนาดใหญ่ ค่าเปลี่ยน/ซ่อมน้อยกว่ามาก |
| ค่าอะไหล่ & ซ่อม | อะไหล่เฉพาะทาง, ต้องเข้าศูนย์/อู่ที่รองรับ EV, ค่าแรงสูงกว่าในบางเคส | อู่อิสระเยอะ อะไหล่เยอะ ราคาค่อนข้างคงที่ |
| ความเสี่ยงไฟไหม้/ช็อต | มีเงื่อนไขเฉพาะเกี่ยวกับระบบไฟแรงดันสูงและแบตเตอรี่ ต้องอ่านกรมธรรม์ดี ๆ | โอกาสไฟไหม้มีเหมือนกัน แต่ระบบประกันเข้าใจและรับมือมานานแล้ว |
| ส่วนลด/โปรโมชัน | เริ่มมีโปรร่วมกับดีลเลอร์/ไฟแนนซ์/ค่ายรถ EV มากขึ้น | โปรส่วนลด, ผ่อนเบี้ย, ของแถม ค่อนข้างหลากหลาย |
| ผลกระทบตอนเคลมหนัก (Total Loss) | ถ้าชนหนักเสียหายถึงแบต อาจตีเป็น “ซ่อมไม่คุ้มค่า” ง่ายกว่า เพราะแบตแพง | มีโอกาสซ่อมต่อได้มากกว่า เพราะโครงสร้าง+เครื่องยนต์ซ่อมได้ถูกกว่า |
3. Real User Guide: ใช้รถ EV จริง เรื่องประกันต้องรู้อะไรบ้าง
3.1 ข้อดี (Pros) / จุดเด่นของประกันรถ EV
- หลายค่ายมีแพ็กเกจ “เหมารวม” กับไฟแนนซ์ – ซื้อรถ EV ป้ายแดง มักมีตัวเลือกประกันชั้น 1 ที่ดีในปีแรก แถมส่วนลดพิเศษจากดีลเลอร์หรือบริษัทไฟแนนซ์
- บางบริษัทออกแบบกรมธรรม์สำหรับ EV โดยเฉพาะ – ระบุชัดเรื่อง
- คุ้มครองแบตเตอรี่กรณีอุบัติเหตุ
- คุ้มครองระบบชาร์จ (Wallbox) บางแพ็กเกจ
- บริการช่วยเหลือฉุกเฉินหากแบตหมดกลางทาง
- อัตราค่าสินไหมเริ่มชัดเจนขึ้น – เพราะปัจจุบัน EV ใช้งานจริงเยอะขึ้น บริษัทประกันเริ่มมีสถิติ ทำให้เงื่อนไขเริ่มลงตัวกว่าเมื่อ 2–3 ปีก่อน
- รถ EV ส่วนใหญ่มีระบบช่วยขับเยอะ เช่น AEB, ระบบเตือนออกนอกเลน ฯลฯ ทำให้อุบัติเหตุรุนแรงน้อยลงในหลายเคส ซึ่งระยะยาวมีผลดีต่อเบี้ยประกันปีถัด ๆ ไป
3.2 ข้อสังเกต (Cons) / สิ่งที่ต้องระวัง
- เบี้ยปีต่ออาจ “กระโดด” ถ้าเคลมหนัก – โดยเฉพาะเคสที่เกี่ยวกับแบตเตอรี่หรือโครงสร้างด้านล่างรถ เพราะค่าซ่อมสูง
- ไม่ใช่ทุกบริษัทที่เข้าใจ EV – บางแห่งยังไม่มีเงื่อนไขเฉพาะ EV ชัดเจน หรือเครือข่ายอู่/ศูนย์ซ่อม EV ยังจำกัด ถ้ารถคุณเป็นรุ่นใหม่หรือแบรนด์ใหม่ ต้องเช็กเพิ่ม
- เงื่อนไขเกี่ยวกับแบต “ซ่อนอยู่ในตัวหนังสือเล็ก ๆ” – เช่น
- น้ำท่วมแล้วกระทบแบต คุ้มไหม / ต้องเป็นระดับน้ำท่วมแค่ไหน
- เสียหายจากการชาร์จนอกบ้าน/ใช้สายชาร์จไม่ได้มาตรฐาน เคลมหรือเปล่า
- กรณีไฟไหม้ที่ต้นเหตุจากระบบไฟบ้าน/ปลั๊กพ่วง
อันนี้ต้องถามตัวแทนให้เคลียร์และให้เขียนระบุในเอกสารอย่างชัดเจน
- โอกาสโดนตีเป็น “ซ่อมไม่คุ้ม” สูงกว่า – เพราะถ้าแบต, อินเวอร์เตอร์ หรือโครงสร้างชุดแบตเสียหายหนัก บริษัทอาจมองว่าจ่ายเบี้ยมาแล้วให้ “คืนทุนด้วยการตีเป็น Total Loss” แทนการซ่อม
3.3 การดูแลรักษา (Maintenance Tips) เพื่อลดเบี้ยและลดความเสี่ยง
- รักษาแบตให้ปลอดภัย คือช่วยรักษาเบี้ยประกัน间ทางอ้อม
- หลีกเลี่ยงขับลุยน้ำลึกที่เกินกว่าที่คู่มือรถแนะนำ
- อย่าดัดแปลงระบบไฟหรือชุดสายชาร์จเอง
- ตรวจเช็กสภาพปลั๊กชาร์จ – ไม่มีรอยไหม้ หลวม หรือร้อนผิดปกติ
- ติดตั้ง Wallbox ด้วยช่างมาตรฐาน – เก็บใบเสร็จ ใบรับรองงานไฟฟ้าไว้ เวลาเคลมเกี่ยวกับไฟไหม้/ช็อต จะมีหลักฐานยืนยันว่าระบบคุณได้มาตรฐาน ลดโอกาสโดนปฏิเสธเคลม
- ใช้ศูนย์บริการที่แบรนด์รองรับ – ทั้งด้านซ่อมตัวถัง+ช่วงล่าง+ระบบไฟแรงดันสูง เพราะบริษัทประกันจะสบายใจและอนุมัติซ่อมง่ายกว่า
- ติดกล้องหน้าหลังคุณภาพดี – เหมือนรถน้ำมัน แต่ใน EV บางรุ่นค่าซ่อมชิ้นส่วนพลาสติก/เรดาร์/เซนเซอร์แพง การมีหลักฐานภาพชัดช่วยเคลมได้เร็วและยุติธรรม ลดโอกาสถูกตัดค่าความเสียหาย
- ขับให้ตรงสเปกระบบช่วยขับ – อย่าพึ่งระบบช่วยจนเกินไป ระวังความเร็ว/สภาพถนน เพราะถ้าคุณใช้ผิดลักษณะจนเข้าข่ายประมาทร้ายแรง บริษัทประกันก็มีสิทธิ์ลดค่าสินไหมได้
4. Expert Opinion: ฟันธงแบบกูรู – ประกันรถ EV เหมาะกับใคร คุ้มไหม?
ถ้ามองแบบรวม “ค่าใช้รถทั้งปี” ไม่ได้ดูแต่เบี้ยประกันอย่างเดียว รถ EV ยังถือว่า คุ้มสำหรับคนกลุ่มนี้:
- คนวิ่งเยอะในเมืองหรือวิ่งประจำทางไกล ๆ – ค่าไฟต่อกิโลเมตรถูกกว่าน้ำมันชัดเจน ต่อให้เบี้ยประกันแพงกว่านิดหน่อย แต่ค่าน้ำมันที่ประหยัดได้มักชดเชยได้สบาย ๆ
- คนที่อยู่บ้าน/คอนโดที่มีที่ชาร์จชัดเจน – การชาร์จที่บ้าน = ความเสถียรและปลอดภัยสูง ลดโอกาสไปเจอปัญหาสายชาร์จ/ตู้ชาร์จนอกบ้านที่ไม่ได้มาตรฐาน ทำให้ความเสี่ยงเคลมน้อยลง
- คนที่เน้นรถใหม่ ปลอดภัย ออปชันเยอะ – EV รุ่นใหม่ ๆ มักยัดระบบช่วยขับมาเต็ม เช่น AEB, กล้องรอบคัน, ระบบเตือนต่าง ๆ ซึ่งช่วยลดอุบัติเหตุหนัก ๆ ได้จริง และระยะยาวมีผลต่อเบี้ยประกันในอนาคต
แต่ถ้าคุณเป็นคนกลุ่มนี้ ต้องคิดเพิ่มนิดหนึ่ง:
- อยู่ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมเป็นประจำ – ต้องเลือกกรมธรรม์ที่ระบุเรื่องน้ำท่วมและแบตให้เคลียร์มาก ๆ และอาจต้องยอมจ่ายเบี้ยเพิ่มเพื่อความสบายใจ
- อยู่ต่างจังหวัดที่ยังไม่มีศูนย์/อู่รองรับ EV มาก – กรณีรถชนหรือเสียหาย อาจต้องลากไกลและใช้เวลาซ่อมนาน ต้องดูว่าบริษัทประกันมีอู่/ศูนย์พันธมิตรในพื้นที่หรือไม่
- ซื้อ EV แบรนด์ใหม่มาก หรือรถนำเข้าเฉพาะทาง – เบี้ยมักสูง และอะไหล่รอได้เป็นเดือน ต้องเตรียมใจเรื่องเวลาซ่อมและความยุ่งยากตอนเคลม
สรุปมุมกูรู: ถ้าคุณพร้อมกับรูปแบบการใช้ชีวิตแบบ EV อยู่แล้ว เรื่องเบี้ยประกัน “แพงกว่าหน่อย” ไม่ใช่ดีลเบรก เพราะมันถูกชดเชยด้วยค่าการใช้งานอื่น ๆ ที่ต่ำลง แต่ต้องเลือกบริษัทและแพ็กเกจให้เหมาะกับวิธีใช้รถของคุณจริง ๆ ไม่ใช่ดูแต่ตัวเลขเบี้ยอย่างเดียว
5. Safety & Price: ภาพรวมราคาเบี้ยประกันรถ EV และเรื่องความปลอดภัยที่ต้องระวัง
5.1 ราคาประมาณการเบี้ยประกันรถไฟฟ้า (ตัวเลขคร่าว ๆ)
*ตัวอย่างเพื่อให้เห็นสเกล ไม่ใช่ราคาอ้างอิงแน่นอน ขึ้นกับทุนประกัน อายุผู้ขับพื้นที่ใช้รถ ฯลฯ*
- รถ EV กลุ่ม B-Segment / C-Segment ราคา 700,000 – 1,200,000 บาท
- เบี้ยชั้น 1 ปกติ: ประมาณ 16,000 – 28,000 บาท/ปี
- เทียบกับรถน้ำมันไซซ์ใกล้กัน: อาจอยู่ราว 13,000 – 23,000 บาท/ปี
- รถ EV กลุ่ม Crossover / SUV ราคา 1,200,000 – 2,000,000 บาท
- เบี้ยชั้น 1 ปกติ: ราว 25,000 – 45,000 บาท/ปี
- รถน้ำมันไซซ์ใกล้กัน: ราว 20,000 – 38,000 บาท/ปี
อ่านตัวเลขแบบเข้าใจง่าย: ส่วนต่างเบี้ยปีละ 2,000–7,000 บาท แต่คุณอาจประหยัดค่าน้ำมันได้ปีละ 20,000–40,000 บาท ถ้าวิ่งเยอะ ก็ยังถือว่าคุ้ม
5.2 ข้อควรระวังด้านความปลอดภัย (ที่เกี่ยวข้องกับประกัน)
- การชาร์จไฟ
- ใช้สายชาร์จและอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานจากผู้ผลิตเท่านั้น
- ไม่ใช้ปลั๊กพ่วงราคาถูกหรือดัดแปลงเองเพื่อรองรับกระแสสูง
- ติดตั้งเบรกเกอร์/ตู้ไฟแยกสำหรับ Wallbox ตามมาตรฐานวิศวกรรม
- การจอดในที่จอดรถชั้นใต้ดิน/เสี่ยงน้ำท่วม
- หลีกเลี่ยงจอดในจุดที่มีประวัติน้ำท่วมซ้ำ ๆ
- กรณีฝนตกหนัก/พายุ ควรย้ายรถไปจุดสูงหากทำได้
- บางกรมธรรม์มีข้อยกเว้นหากจอดในพื้นที่เสี่ยงโดยประมาท ควรอ่านรายละเอียด
- การชนด้านล่างรถ (Underbody)
- หลีกเลี่ยงขับตกหลุมแรง ๆ หรือปีนเนินที่อาจกระแทกใต้ท้องรถ เพราะใต้ท้องคือบริเวณชุดแบต
- ถ้าชนแรงแล้วมีไฟเตือนเกี่ยวกับระบบไฟ/แบต ให้รีบเข้าศูนย์ ไม่ควรฝืนขับต่อ
- การดัดแปลงรถ
- การติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าเพิ่ม เช่น ชุดเครื่องเสียงแรง ๆ, ไฟแต่ง, กล่องโหลด ฯลฯ ควรทำที่ร้านที่เข้าใจระบบ EV
- แจ้งบริษัทประกันทุกครั้งที่มีการดัดแปลงที่มีผลกับระบบไฟหรือโครงสร้าง เพื่อป้องกันปัญหาการเคลมภายหลัง
6. Summary: ประกันรถ EV ไม่ได้น่ากลัว แค่ต้อง “อ่านให้ลึกกว่าปกติ”
สรุปแบบเพื่อนรักรถคุยกันตรง ๆ:
- ใช่ – เบี้ยประกันรถ EV ส่วนใหญ่ยังแพงกว่ารถน้ำมันนิดหน่อย โดยเฉพาะในรุ่นที่แบตแพงหรืออะไหล่หายาก
- แต่ – เมื่อรวมค่าการใช้รถทั้งหมดต่อปี ทั้งค่าไฟ, ค่าเซอร์วิสที่น้อยกว่า, ไม่มีค่าน้ำมันเครื่อง ฯลฯ รถ EV ยังมีโอกาส “คุ้มกว่า” สำหรับคนใช้รถจริงจัง
- หัวใจสำคัญคือการเลือกกรมธรรม์ให้ถูก – ต้องเช็กพิเศษเรื่องแบตเตอรี่ น้ำท่วม ไฟไหม้ ระบบชาร์จ และเงื่อนไขเคลม
- การดูแลรถอย่างถูกต้อง ชาร์จให้ปลอดภัย และไม่ดัดแปลงมั่ว ๆ จะช่วยให้ทั้งรถคุณอยู่กับคุณได้นาน และสัมพันธ์ที่ดีกับบริษัทประกันก็ยืนระยะไปยาว ๆ
ถ้าคุณกำลังจะออก EV คันแรก อย่าลืมเผื่อเวลา คุยกับตัวแทนประกันให้ละเอียด ขอให้เขาส่งเงื่อนไขเป็นลายลักษณ์อักษร แล้วค่อยตัดสินใจ ไม่ต้องรีบเซ็นตามแพ็กเกจที่ยัดมาอย่างเดียว
ดูแลรถให้ดี ขับให้ปลอดภัย ตรวจเช็กประกันให้ชัวร์ รถไฟฟ้าของคุณก็จะเป็นคู่ใจที่ประหยัด สนุก และไม่สร้างดราม่าเรื่องเคลมในอนาคตครับ
คลังความรู้ข่าว
จัดทำบทความข่าวสารโดย AI
บทความนี้เรียบเรียงโดยระบบ AI อัจฉริยะ เพื่อนำเสนอบทความข่าวสารที่รวดเร็วและเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านทุกท่าน เพื่อเป็นองค์ความรู้และสนับสนุนให้คนรักการอ่าน



