You dont have javascript enabled! Please enable it!

SalePageDD คลังความรู้ ข่าวสารจาก AI อัจฉริยะ

SalePageDD
คลังความรู้บทความ ข่าวสาร

แหล่งรวมคลังความรู้รอบตัว บทความ ข่าวสารและเทคโนโลยี จาก SalePageDD เนื้อหาบทความข่าวสารและแหล่งความรู้ต่างๆ รวบรวมเรียบเรียงโดยระบบ AI อัจฉริยะ
เพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล และเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านทุกท่าน เพื่อเป็นองค์ความรู้และสนับสนุนให้คนรักการอ่าน พร้อมแบ่งปันประสบการณ์การอยู่ร่วมกัน
ของมนุษย์ กับ AI อย่างสงบสุขพึ่งพากันและกัน หากเนื้อหาและข้อมูลส่วนใดของบทความข่าวสาร และแหล่งความรู้ต่างๆที่ AI รวบรวมและเรียบเรียงมา มีข้อผิดพลาดประการใด
ทาง SalePageDD ต้องกราบขออภัยล่วงหน้ามา ณ ที่นี้ ด้วยครับ ทางเรายินดีรับฟังความคิดเห็น คำติชม คำตักเตือน เพื่อนำมาปรับใช้และแก้ไขในการวางระบบ AI ให้ดียิ่งขึ้นต่อไป
แหล่งรวมความรู้ บทความ ข่าวสาร SalePageDD อยู่ภายใต้การบริหารจัดการดูแลระบบและควบคุมการวางคำสั่งรันระบบ AI อัจฉริยะ
โดย : Shop SDesign ผู้ให้บริการเว็บโฮสติ้ง รับทำเว็บไซต์ และโซลูชั่นออนไลน์ครบวงจร (นโยบายความเป็นส่วนตัว)

coverblog 44

กำเนิด Photoshop: โปรแกรมที่บิดเบือนความจริงได้เนียนที่สุด

กำเนิด Photoshop: โปรแกรมที่บิดเบือนความจริงได้เนียนที่สุด

ประวัติ Photoshop กับเรื่องเล่าที่เปลี่ยนโลกภาพถ่ายตลอดกาล

ถ้าพูดถึงโปรแกรมแต่งรูปที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก ชื่อแรกที่เรานึกถึงย่อมหนีไม่พ้น **Adobe Photoshop** และเมื่อพูดถึง ประวัติ Photoshop และเส้นทางที่เกี่ยวโยงกับ Adobe Story หรือเรื่องราวเบื้องหลังการเติบโตของบริษัท Adobe จริงๆ แล้วมันไม่ได้เริ่มจากบริษัทใหญ่หรือทีมวิศวกรจำนวนมากอย่างที่หลายคนคิดเลยครับ แต่เริ่มจาก “สองพี่น้องนักฟิสิกส์ที่อยากแก้ปัญหารูปถ่ายของตัวเอง” แล้วค่อยๆ กลายเป็นซอฟต์แวร์ที่ทั้งสร้างสรรค์งานศิลปะ และถูกใช้ “บิดเบือนความจริง” ได้อย่างแนบเนียนที่สุดโปรแกรมหนึ่งในประวัติศาสตร์ดิจิทัล

บทความนี้จะพาไล่เรียงตั้งแต่จุดเริ่มต้นของ **Photoshop**, การที่ Adobe เข้ามาเป็นผู้ผลักดัน, พัฒนาการด้านเทคโนโลยีภาพดิจิทัล, ไปจนถึงด้านมืดที่สังคมหลายคนมองข้าม พร้อมมุมที่คนส่วนใหญ่ “ไม่เคยรู้” หรือเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับโปรแกรมนี้ครับ

จุดเริ่มต้น: สองพี่น้อง Knoll กับโปรแกรมส่วนตัวที่ไม่มีใครคิดว่าจะดัง

จากงานวิจัยด้านภาพ ไปสู่โปรแกรมแต่งรูปสมัครเล่น

ต้นกำเนิดของ ประวัติ Photoshop ไม่ได้มาจากห้องประชุมของบริษัทยักษ์ใหญ่ แต่มาจากห้องทดลองและคอมพิวเตอร์ส่วนตัวของสองพี่น้องชาวอเมริกัน คือ **Thomas Knoll** และ **John Knoll** ในช่วงปลายทศวรรษ 1980:

  • Thomas Knoll เป็นนักศึกษาปริญญาเอกด้าน Computer Vision ที่ University of Michigan เขาเริ่มเขียนโปรแกรมชื่อ “Display” เพื่อแสดงผลภาพขาวดำบนจอคอมพิวเตอร์ Macintosh
  • John Knoll ทำงานเป็น Visual Effects Designer อยู่ที่บริษัทด้านเอฟเฟ็กต์ชื่อดัง **Industrial Light & Magic (ILM)** ของ George Lucas ซึ่งต้องทำงานกับภาพดิจิทัลอยู่แล้ว

John เห็นว่าโปรแกรม “Display” ของน้องชายมีศักยภาพมากกว่าการแสดงภาพธรรมดา จึงเสนอให้พัฒนาต่อเป็นโปรแกรมปรับแต่งภาพอย่างจริงจัง เพื่อใช้ในงานด้านภาพยนตร์และกราฟิกดิจิทัล ซึ่งในยุคนั้นยังไม่มีเครื่องมือที่สะดวกและทรงพลังเทียบเท่าในระดับเดสก์ท็อปเลยครับ

จุดพลิกผัน: จาก Display สู่ Photoshop

หลังจากนั้นสองพี่น้องก็เริ่มพัฒนาคุณสมบัติต่างๆ ที่เราคุ้นเคยใน Photoshop ปัจจุบัน เช่น:

  • ปรับความสว่าง ความคมชัด และคอนทราสต์ของภาพ
  • แปลงภาพจากขาวดำสู่สี
  • ครอบภาพ ตัดต่อภาพ และทดลองใส่เอฟเฟ็กต์บางอย่าง

ในปี 1988 พวกเขาตัดสินใจเปลี่ยนชื่อโปรแกรมเป็น **“Photoshop”** และเริ่มมองหาพันธมิตรด้านธุรกิจเพื่อจำหน่ายซอฟต์แวร์นี้อย่างจริงจัง ซึ่งนี่คือจุดที่เรื่องราวเริ่มเชื่อมเข้าสู่โลกของ **Adobe Story** หรือเส้นทางของบริษัท Adobe ในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์สร้างสรรค์ครับ

Adobe Story: เมื่อบริษัททำฟอนต์และ PDF กลายเป็นเจ้าพ่อซอฟต์แวร์สร้างสรรค์

บริบทของ Adobe ก่อนรู้จัก Photoshop

เพื่อเข้าใจ ประวัติ Photoshop ให้ครบ เราต้องย้อนดูบริบทของ **Adobe Systems** ก่อนจะเข้ามารับโปรแกรมนี้ไปดูแล:

  • Adobe ก่อตั้งในปี 1982 โดย **John Warnock** และ **Charles Geschke** เน้นพัฒนาเทคโนโลยีด้านการพิมพ์และการจัดรูปแบบเอกสาร
  • ผลงานสำคัญคือ **PostScript** ภาษาอธิบายการจัดวางหน้ากระดาษสำหรับเครื่องพิมพ์เลเซอร์ และต่อมาคือไฟล์เอกสาร **PDF (Portable Document Format)**
  • ในเวลานั้น Adobe ยังไม่ใช่ “บริษัทซอฟต์แวร์แต่งรูป” แต่เป็นบริษัทด้านการพิมพ์และงานเอกสารเชิงมืออาชีพ

ดังนั้นการตัดสินใจนำ Photoshop เข้ามาอยู่ในสายผลิตภัณฑ์ของตน ถือเป็นหมุดหมายสำคัญใน **Adobe Story** ที่ทำให้บริษัทเปลี่ยนทิศทางสู่สายงานครีเอทีฟเต็มตัว

ดีลสำคัญ: เมื่อ Adobe เห็นโอกาสในภาพดิจิทัล

หลังจากที่สองพี่น้อง Knoll พยายามนำเสนอโปรแกรมให้บริษัทต่างๆ หลายแห่ง สุดท้ายในปี 1988 **Adobe** ก็สนใจแนวคิดของ Photoshop และตัดสินใจ:

  • เซ็นสัญญา **ซื้อลิขสิทธิ์จัดจำหน่าย Photoshop แต่เพียงผู้เดียว**
  • สนับสนุนงบประมาณและทรัพยากร เพื่อพัฒนาฟีเจอร์ให้เหมาะกับตลาดมืออาชีพ
  • ช่วยวางตำแหน่ง Photoshop ให้กลายเป็น “เครื่องมือมาตรฐาน” ของวงการสิ่งพิมพ์และกราฟิกดีไซน์

ปลายปี 1989 Photoshop รุ่นทดลองเริ่มถูกใช้ในสายงานสิ่งพิมพ์และเอเจนซี่โฆษณาบางแห่ง จนในที่สุด **Photoshop 1.0** ก็ออกวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการบนเครื่อง Macintosh ในปี 1990 ภายใต้ชื่อแบรนด์ Adobe

จากเครื่องมือตกแต่งภาพ สู่มาตรฐานโลกของงาน “บิดเบือนความจริง”

วิวัฒนาการฟีเจอร์ที่ทำให้ Photoshop ทรงพลัง

เมื่อดู ประวัติ Photoshop ผ่านเวอร์ชันต่างๆ จะเห็นว่า Adobe ค่อยๆ เพิ่มเครื่องมือที่ทำให้ “การแก้ไขความจริงในภาพถ่าย” เนียนขึ้นเรื่อยๆ เช่น:

  • Layers (เลเยอร์) – เพิ่มเข้ามาในเวอร์ชัน 3.0 (ปี 1994) ทำให้สามารถซ้อนภาพ แก้จุดหนึ่งโดยไม่ทำลายภาพต้นฉบับ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการแต่งภาพดิจิทัล
  • History Panel – ย้อนกลับการแก้ไขหลายขั้นได้ ทำให้ผู้ใช้กล้าทดลองมากขึ้น
  • Clone Stamp / Healing Brush – เครื่องมือ “ลบวัตถุ” หรือ “ลบสิว รอยย่น” ให้หายไปอย่างแนบเนียน
  • Liquify – ฟังก์ชันที่ใช้ปรับรูปร่างร่างกาย ใบหน้า เอว ขา ให้ผอม ยาว เรียว หรือปรับสัดส่วน โดยแทบจับไม่ได้ว่าโดนแต่ง
  • Content-Aware Fill – ใช้ AI ช่วยเดา “พื้นหลัง” แล้วเติมให้โดยอัตโนมัติ เมื่อลบวัตถุหรือคนบางคนออกจากภาพ

แต่ละเครื่องมือถูกออกแบบเพื่อ “ช่วยงานสร้างสรรค์” เช่น รีทัชภาพสินค้า ปรับสีสินค้าให้ตรงความจริง แต่งภาพงานโฆษณา หรือสร้างสรรค์งานศิลปะดิจิทัล ทว่าในขณะเดียวกันก็ถูกใช้เพื่อ “บิดเบือนความจริง” ได้อย่างแนบเนียนเช่นกันครับ

Photoshop กับวัฒนธรรมภาพลวงตาในโซเชียลมีเดีย

เมื่อกล้องดิจิทัลและโซเชียลมีเดียเข้ามามีบทบาท Photoshop ก็กลายเป็นรากฐานของวัฒนธรรม “ภาพเพอร์เฟกต์” ดังนี้:

  • ภาพนางแบบและดาราที่รูปร่างหน้าเรียวผิดธรรมชาติ ถูกแต่งด้วย Liquify และรีทัชผิวจนไร้ที่ติ
  • ภาพท่องเที่ยวที่ท้องฟ้า น้ำทะเล สีสันเว่อร์กว่าความจริง ถูกปรับด้วย Adjustment Layers และ Filter ต่างๆ
  • ภาพโฆษณาสินค้าที่ “สวยเกินจริง” ทั้งผิวหน้าคน อาหาร เครื่องสำอาง ถูกจัดแสง ถ่าย และแต่งภาพเพิ่ม

แม้ปัจจุบันแอปบนมือถืออย่าง Snapseed หรือ Lightroom Mobile จะนิยมมากขึ้น แต่เทคโนโลยีส่วนใหญ่ก็มีรากมาจากแนวคิดและเครื่องมือที่ถูกปูทางไว้โดย Photoshop แทบทั้งสิ้น

ด้านมืดที่คนไม่ค่อยพูดถึง: เมื่อ Photoshop กลายเป็นอาวุธบิดเบือนความจริง

จากภาพโฆษณา สู่ “หลักฐานปลอม” และ Fake News

จุดที่หลายคนมองข้ามใน ประวัติ Photoshop คือ โปรแกรมนี้ไม่ได้ถูกใช้แค่ในวงการแฟชั่นหรือโฆษณาเท่านั้น แต่ยังถูกใช้ใน:

  • ข่าวปลอม (Fake News) – การตัดต่อภาพนักการเมือง คนดัง หรือเหตุการณ์สำคัญ เพื่อสร้างความเข้าใจผิดในสังคม
  • บิดเบือนหลักฐาน – มีกรณีศึกษาในต่างประเทศที่มีการนำภาพแต่งไปใช้เป็น “หลักฐาน” ในเรื่องข้อพิพาทต่างๆ จนต้องพึ่งการพิสูจน์ภาพดิจิทัล (Digital Forensics)
  • การลบคนออกจากประวัติศาสตร์ – คล้ายกับสมัยฟิล์มที่มีการลบคนบางคนออกจากภาพอย่างเป็นทางการ ปัจจุบัน Photoshop ทำให้กระบวนการนี้ง่ายและแนบเนียนขึ้นมาก

Adobe เองก็รับรู้ปัญหานี้ และพยายามใส่ฟีเจอร์ “ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของภาพ” และระบบข้อมูลเมตาเพื่อติดตามการแก้ไขภาพ (Content Authenticity Initiative) แต่ในทางปฏิบัติ การใช้งานในเชิงลบก็ยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องครับ

มาตรฐานความสวยที่ไม่เคยเป็นจริง

อีกประเด็นสังคมที่เกี่ยวพันกับ Photoshop อย่างลึกซึ้ง คือเรื่อง “มาตรฐานความงาม” ที่ถูกสร้างขึ้นจากภาพซึ่งผ่านการแต่งเพิ่มเกือบทั้งหมด:

  • ผิวเนียน ไม่มีสิว ฝ้า รูขุมขน
  • หุ่นผอม เอวบาง ขายาวผิดสัดส่วนจริง
  • ใบหน้าเรียว ตาโต จมูกโด่ง สันกรามชัด

ภาพแบบนี้ถูกใช้ในโฆษณา นิตยสาร และโซเชียลมีเดียจำนวนมหาศาล จนหลายคน “เปรียบเทียบตัวเองกับภาพที่ผ่าน Photoshop” ทั้งที่มันไม่เคยเป็นสภาพจริงในโลกกายภาพ นี่คือหนึ่งในผลกระทบเชิงจิตวิทยาที่ซับซ้อนซึ่งซ่อนอยู่ใน **Adobe Story** ด้านที่คนนอกไม่ค่อยพูดถึงครับ

Photoshop ในยุค AI: จากคนแต่งภาพ สู่ภาพแต่งตัวมันเอง

Generative Fill และก้าวใหม่ของการสร้างภาพจากคำสั่ง

ในยุคหลัง Adobe ได้นำปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ Photoshop อย่างจริงจัง ผ่านเทคโนโลยีที่เรียกว่า **Adobe Sensei** และล่าสุดคือฟีเจอร์อย่าง **Generative Fill**:

  • ผู้ใช้สามารถ “พิมพ์คำสั่งภาษาอังกฤษ” เช่น “add a sunset sky” แล้ว AI จะสร้างท้องฟ้าใหม่ให้โดยอัตโนมัติ
  • ลบวัตถุขนาดใหญ่ หรือขยายภาพออกด้านข้าง ทั้งที่ไม่มีข้อมูลต้นฉบับ โดยให้ AI เดาและเติมรายละเอียดให้
  • เปลี่ยนชุด เปลี่ยนสภาพอากาศ เปลี่ยนฉากหลังได้ในไม่กี่คลิก

สิ่งนี้ทำให้ “ขีดจำกัดของการแต่งภาพ” แทบจะหายไป และภาพที่เห็นอาจ “ไม่มีส่วนไหนเป็นภาพดั้งเดิมเลย” ซึ่งเป็นการขยายบทบาทของ Photoshop จากโปรแกรมแต่งภาพ “หลังกล้อง” สู่โปรแกรม “สร้างภาพที่ไม่เคยมีอยู่มาก่อน” อย่างเต็มตัว

เส้นแบ่งใหม่ของคำว่า ภาพถ่าย ความจริง และจริยธรรม

ประเด็นที่น่าสนใจคือ เมื่อ Photosh​op และ AI ทำให้การสร้างภาพปลอมสมจริงแทบไม่ต่างจากความจริง:

  • เรายังควรเรียกมันว่า “ภาพถ่าย” อยู่หรือไม่ หากส่วนใหญ่เกิดจากการประมวลผลของ AI
  • สื่อมวลชนต้องมีมาตรฐานใหม่ในการเปิดเผยว่า “ภาพนี้ผ่านการแก้ไขในระดับใด”
  • ผู้ใช้ทั่วไปควรมีวิธี “อ่านภาพ” อย่างมีวิจารณญาณมากขึ้น ไม่เชื่อภาพที่เห็นเพียงอย่างเดียว

นี่คือความซับซ้อนที่ฝังลึกอยู่ใน **Adobe Story** ยุคใหม่ ที่ Adobe พยายามเดินเกมสองด้าน คือ ทั้งสร้างเครื่องมือทรงพลังเพื่อการสร้างสรรค์ และในเวลาเดียวกันก็ต้องช่วยโลกจัดการกับปัญหาจริยธรรมของสื่อดิจิทัลไปพร้อมกัน

สรุป: Photoshop – ระหว่างความอัจฉริยะทางเทคโนโลยี กับความเปราะบางของความจริง

เมื่อมองย้อนกลับไปตลอดเส้นทางของ ประวัติ Photoshop ตั้งแต่โปรแกรมเล็กๆ ของสองพี่น้อง Knoll สู่ผลิตภัณฑ์เรือธงในจักรวาล **Adobe Story** จะเห็นภาพชัดเจนว่า:

  • Photoshop ไม่ได้เป็นแค่โปรแกรมแต่งรูป แต่เป็น “ฐานคิด” ของการจัดการภาพดิจิทัลทั้งอุตสาหกรรม
  • ทุกความสามารถที่เพิ่มขึ้นของมัน ช่วยเปิดพื้นที่ใหม่ให้ทั้งงานศิลปะ โฆษณา ภาพยนตร์ และคอนเทนต์ออนไลน์
  • ในขณะเดียวกัน ก็ทำให้ “ความจริงในภาพถ่าย” เปราะบางลงเรื่อยๆ จนหลายครั้งเราไม่อาจเชื่อสายตาตัวเองได้อีกต่อไป

สุดท้ายแล้ว โปรแกรมอย่าง Photoshop ไม่ได้ “ดีหรือเลว” ในตัวมันเอง แต่สะท้อนให้เห็นว่าเทคโนโลยีที่ทรงพลัง สามารถกลายเป็นทั้ง **เครื่องมือสร้างสรรค์** และ **อาวุธบิดเบือนความจริง** ไปพร้อมกัน อยู่ที่ว่า “คนใช้” จะเลือกใช้มันอย่างไร และ “คนดู” จะเรียนรู้ที่จะตั้งคำถามกับภาพที่เห็นได้มากแค่ไหนครับ

คลังความรู้ข่าว

จัดทำบทความข่าวสารโดย AI

บทความนี้เรียบเรียงโดยระบบ AI อัจฉริยะ เพื่อนำเสนอบทความข่าวสารที่รวดเร็วและเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านทุกท่าน เพื่อเป็นองค์ความรู้และสนับสนุนให้คนรักการอ่าน หากเนื้อหาและข้อมูลส่วนใดของบทความข่าวสารมีข้อผิดพลาดประการใด ทาง SalePageDD ต้องกราบขออภัยล่วงหน้าด้วยครับ ทางเรายินดีรับฟังคำติชม ตักเตือน เพื่อนำมาปรับแก้ไขให้ดียิ่งขึ้น

📌 หากบทความนี้เป็นประโยชน์ อย่าลืมแบ่งปันความรู้ให้กับเพื่อนๆ ของคุณ เพื่อร่วมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ไปด้วยกันนะครับ | SalePageDD

คลังความรู้บทความ ข่าวสาร

จัดทำบทความข่าวสารโดย AI

บทความนี้เรียบเรียงโดยระบบ AI อัจฉริยะ เพื่อนำเสนอบทความข่าวสารที่รวดเร็วและเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านทุกท่าน เพื่อเป็นองค์ความรู้และสนับสนุนให้คนรักการอ่าน หากเนื้อหาและข้อมูลส่วนใดของบทความข่าวสารมีข้อผิดพลาดประการใด ทาง SalePageDD ต้องกราบขออภัยล่วงหน้าด้วยครับ ทางเรายินดีรับฟังคำติชม ตักเตือน เพื่อนำมาปรับแก้ไขให้ดียิ่งขึ้น

📌 หากบทความนี้เป็นประโยชน์ อย่าลืมแบ่งปันความรู้ให้กับเพื่อนๆ ของคุณ เพื่อร่วมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ไปด้วยกันนะครับ | SalePageDD

เรื่องที่แนะนำ

coverblog 234

Minimalism ไม่ใช่แค่จัดบ้าน แต่มันคือการจัดระเบียบความคิด

Minimalism ไม่ใช่แค่จัดบ้าน แต่มันคือการจัดระเบียบความคิด — มินิมอล, การจัดบ้าน, ความคิด เมื่อเราได้ยินคำว่า มินิมอล ภาพที่ผุดขึ้นมามักเป็นบ้านโล่ง โปร่ง และเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น แต่จริงๆ แล้วมินิมอลคือการเลือกสิ่งที่สำคัญ ทั้งในด้านวัตถุและจิตใจ การจัดบ้าน (การจัดบ้าน) จึงเป็นเพียงประตูบานหนึ่งที่จะนำเราไปสู่การจัดระเบียบภายในใจ (ความคิด) บทความนี้จะพาคุณเดินจากตู้เสื้อผ้าไปสู่ตู้ความคิด ...
coverblog 1

Office Syndrome ภัยเงียบคนทำงาน: 5 ท่ายืดเหยียดที่โต๊ะ

บทนำ Office Syndrome หรืออาการปวดเมื่อยจากการทำงานในสำนักงาน เป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยในคนทำงานที่ต้องนั่งหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ถ้าไม่ดูแลจะกลายเป็นอาการเรื้อรังที่ส่งผลทั้งคุณภาพชีวิตและสมรรถภาพการทำงาน การรู้จักสาเหตุ วิธีป้องกัน และท่ายืดเหยียดที่ทำได้ง่ายๆ ที่โต๊ะ จะช่วยลดอาการได้ทันทีและป้องกันการลุกลามในระยะยาว เนื้อหาหลัก Office Syndrome คืออะไร – คำจำกัดความ: คือกลุ่มอาการปวดเมื่อยบริเวณคอ ไหล่ หลัง ...
ai news update 263

หากเรากิน “ไข่วันละฟอง” เปิดผลวิจัย จะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย? – Sanook

🍳 ไข่วันละฟอง ดีจริงไหม? เปิดผลวิจัยแบบไม่มโน อัปเดตล่าสุด อัปเดตข่าวสารวันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2026 ไข่เป็นเมนูประจำบ้านที่หลายคนกินทุกวัน แต่ก็ยังมีคำถามค้างคาใจอยู่เสมอว่า “กินไข่วันละฟองจะดีหรือเสียต่อสุขภาพกันแน่?” จากข้อมูลและงานวิจัยที่ถูกหยิบมาพูดถึงในข่าวของ Sanook ชี้ให้เห็นว่าการกินไข่ในปริมาณเหมาะสม โดยเฉพาะ “ไข่วันละฟอง” อาจมีประโยชน์มากกว่าที่หลายคนกลัวครับ ไข่วันละฟอง ส่งผลอะไรกับร่างกายบ้าง? ...